Thanachert Fund
 
Skip Navigation Linksหน้าแรก > กองทุนรวม > วางแผนการลงทุน
กองทุนรวม  Mutual Fund


วางแผนการลงทุน

เตรียมตนก่อนถึงวัยเกษียณ …เพื่อวัยชราที่มีคุณภาพ

มีความมั่นคงในชีวิต (Security) มีศักดิ์ศรี (Dignity) พึ่งพาตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพิงผู้ใด (Independence)

ปัญหาความยากจนในวัยชรา
เงินเฟ้อทำให้ค่าเงินลดลง
เริ่มต้นก่อนได้เปรียบกว่า
เสาหลักค้ำจุนความปลอดภัยของชีวิต

ปัญหาความยากจนในวัยชรา
การที่แรงงานไทยส่วนมาก ยังไม่นิยมวางแผนการเงินเพื่ออนาคต หรือมีค่านิยมที่เห็นว่าการออมเพื่อการเลี้ยงชีพจะเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่สูงในปัจจุบัน โดยไม่คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงปัจจัยความเป็นอยู่ทางสังคมที่มีอยู่อย่างต่อเนื่องนี้ การหวังพึ่งพิงลูกหลาน หรือรัฐบาลที่จะช่วยค้ำจุนให้ในอนาคตจึงอาจเป็นความคิดที่ไม่รอบคอบเท่าที่ควร เนื่องจากหากมีเงินไม่พอใช้จ่ายในยามที่เกษียณอายุแล้ว จะเท่ากับว่าขณะนี้ท่านกำลังสะสมความยากจนในยามชราภาพให้แก่ตนเองในที่สุด

แรงงานส่วนใหญ่ไม่มีระบบบำเหน็จบำนาญ รองรับการเกษัยณอายุ
คนวัยทำงาน ที่เป็นพนักงานและลูกจ้างมีเพียง 31 ล้านคน และส่วนใหญ่ไม่มีระบบบำเหน็จบำนาญ เพื่อสะสมเงินสำหรับการเกษัยณอายุ

ปัญหา : แรงงานที่อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญ อาจสะสมเงินไว้ไม่เพียงพอ
พนักงานและลูกจ้างที่สะสมเงินไว้เพื่อการเกษัยณอายุ เงินที่สะสมไว้ อาจทำรายได้ไม่เพียงพอกับการครองชีพในวัยชรา




เงินเฟ้อทำให้ค่าเงินลดลง
"เงินเฟ้อ" เกิดขึ้นตลอดเวลาและมีผลทำให้มูลค่าของเงินลดลง ซึ่งการรวบรวมตัวเลขโดยกรมการค้าภายใน ในระหว่าง ปี พ.ศ. 2529 - พ.ศ. 2543 พบว่าอัตราเงินเฟ้อโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4.3%  ดังนั้น หากประมาณการอัตราเงินเฟ้อเท่ากับ 4% ต่อปี จะทำให้สินค้าที่มีราคา 1,000 บาทในวันนี้ มีราคาสูงถึง 2,191 บาทในอีก 20 ปี ข้างหน้า
ในทำนองเดียวกัน ถ้าอัตราผลตอบแทนที่ท่านได้รับจากการออมเงินในวันนี้ ไม่สามารถเอาชนะอัตราเงินเฟ้อนี้ได้
จะมีผลให้เงินออมของท่านที่อุตสาห์เก็บหอมรอมริบไว้มีมูลค่าลดลง จนอาจไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในระยะยาวที่รอท่านอยู่
เมื่อเกษียณอายุการทำงานแล้วก็เป็นได้ และในที่สุดท่านอาจไม่สามารถซื้อสิ่งของต้องตามประสงค์ได้เมื่อถึงคราวต้องการ

เริ่มต้นก่อนได้เปรียบกว่า
ถ้าท่านนับอายุขัยเฉลี่ยของคนไทยที่มีแนวโน้มยืนยาวมากขึ้นจากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ และหากท่านเป็นผู้หนึ่งที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไปภายหลังจากวันที่ท่านเกษียณอายุหรือเลิกทำงานแล้ว อีกอย่างน้อย 10 ปี - 20 ปี

วิธีหนึ่งที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของท่านเมื่อถึงวัยเกษียณได้ก็คือ การเริ่มต้นออมเงินด้วยการลงทุนอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่วันนี้ เนื่องจากจะช่วยให้ท่านไม่ต้องเครียดกับการเร่งเก็บเงินก้อนใหญ่ภายในเวลาที่จำกัด และโดยที่ท่านมีระยะเวลาในการออมเงินที่น้อยลงทุกวัน ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นไม่ว่าจะลงทุนด้วยวิธีใดก็อาจไม่สามารถช่วยให้ท่านมีเงินออมที่เพียงพอ เพื่อชีวิตที่มีค่าหลังเกษียณอายุการทำงานของท่านแล้วก็เป็นได้

นอกจากนี้ สำหรับท่านที่อยู่ในวัยใกล้เกษียณอายุการทำงาน การลงทุนในระยะเวลาอันจำกัดเพื่อให้ได้จำนวนเงินออมที่เพียงพอยังบังคับให้ต้องลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนที่สูง ซึ่งในทางปฏิบัติจะมีความเสี่ยงในการลงทุนที่สูงตามไปด้วย และเป็นรูปแบบการลงทุนที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากในระยะเวลานี้ท่านควรจะลงทุนด้วยการเน้นความมั่นคงของเงินออมเป็นหลัก

ตารางต่อไปนี้จะช่วยให้ท่านเห็นภาพว่า การเริ่มต้นออมเงินจำนวน 1,000 บาทต่อเดือนในวันนี้ เร็ว - ช้า จะมีผลแตกต่างกันอย่างไรในอนาคต
อัตรา
ผลตอบแทน
จำนวนปี
5
10
15
20
25
30
5%
68,090 
154,92 
265,904 
407,458 
588,121 
818,698 
6%
69,824 
163,264 
288,309 
455,646 
679,581 
979,257 
7%
71,598 
172,019 
312,864 
510,406 
787,469 
1,176,065 
8%
73,414 
181,283 
339,779 
572,660 
914,839 
1,417,613 
9%
75,272 
191,086 
369,281 
643,451 
1,065,309 
1,714,381 
10%
77,172 
201,458 
401,621 
723,987 
1,243,160 
2,079,293 

เสาหลักค้ำจุนความปลอดภัยของชีวิต
รัฐมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาสังคมและสวัสดิการของรัฐ ด้วยการเร่งรัดให้มีการจัดตั้ง "ระบบบำเหน็จบำนาญเพื่อการเลี้ยงชีพ" ในลักษณะ Multi-Pillar Pension System ขึ้น เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ที่มีเงินได้สามารถสะสมเงิน เตรียมพร้อมไว้สำหรับ
"การเกษียณอายุการทำงานที่มีคุณภาพ"
เสาต้นแรก (Pillar I): ด้วยการบังคับให้มี "กองทุนประกันสังคม" ซึ่งปัจจุบันรัฐบังคับให้นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 รายขึ้นไป ต้องมีการประกันสังคมให้แก่ลูกจ้างตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2545 นี้เป็นต้นไป อย่างไรก็ตามการออมด้วยกองทุนประกันสังคมนี้ยังเป็นจำนวนเงินที่น้อย และไม่เพียงพอต่อการครองชีพเมื่อยามที่เกษียณอายุการทำงาน

เสาต้นที่ 2 (Piilar II):
ด้วยการสนับสนุนให้ภาคเอกชนจัดตั้ง "กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ" เพื่อเป็นสวัสดิการแก่ลูกจ้างและครอบครัว ได้มีหลักประกันทางการเงินเมื่อออกจากงาน เกษียณอายุ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต แล้วยังมีเงินได้เพื่อยังชีพ

เสาต้นที่ 3 (Piilar III):
ด้วยการอนุญาตให้บริษัทจัดการลงทุนจัดตั้ง "กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ" เพื่อเปิดโอกาสให้แก่ ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญเพื่อการเลี้ยงชีพใด ๆ หรือจะเป็นลูกจ้างที่อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญเพื่อการเลี้ยงชีพแล้วแต่ต้องการสะสมเงินเพิ่ม ได้มีเครื่องมือในการสะสมเงินให้เพียงพอตามต้องการเพื่อให้มีวัยชราที่มีคุณภาพ

เสาทั้ง 3 ต้นนี้ จึงเป็นเหมือนเสาหลักค้ำจุนความปลอดภัยของชีวิต ตลอดจนเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลต้องยากลำบาก ในกรณีเจ็บป่วย หรือทุพพลภาพ หรือออกจากงาน หรือตาย
นอกจากนี้รัฐยังสนับสนุนให้บุคคลที่ลงทุนในกองทุนเหล่านี้
ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นเครื่องจูงใจ ซึ่งในเบื้องต้นจักไม่ต้องนำเงินที่ลงทุนในกองทุนดังกล่าวไปรวมเป็นรายได้เพื่อเสีย
ภาษีเงินได้ในปีที่ลงทุน

Thanachart Fund
Copyright @ 2014 Thanachart Fund Management Company Limited. All Rights Reserved.
Best for screen resolution 1280 x 800
This site is optimized for IE 8.0+ , Firefox , Safari and Chrome
คำเตือน  | ขอบเขตความรับผิดชอบ