ไขข้อข้องใจทุกการลงทุน

บลจ.ธนชาต ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์แนะนำข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการลงทุน และช่วยไขข้อข้องใจในการลงทุนให้แก่ท่านได้
* สนใจร่วมตอบคำถามแสดงความคิดเห็นได้ทันที หลังจากสมัครสมาชิกใหม่บนกระดานสนทนา เพียงระบุ ชื่อ-นามสกุล เลขที่บัตรประชาชน ชื่อผู้ใช้ และ E-mail Address

ชื่อผู้ใช้ :  
รหัสผ่าน :  
ลืมรหัสผ่าน
เงื่อนไขการใช้บริการ
    ตั้งกระทู้ใหม่ | สมัครสมาชิกใหม่   

 คำถามที่น่าสนใจจากนักลงทุน
1. กรณีที่มูลค่าหน่วยลดลงหลังประกาศจ่ายปันผล เราควรขายหน่วยลงทุนหรือว่าควรถือไว้ต่อไปรวมทั้งซื้อเพิ่ม เนื่องจากราคาถูก (คลิกอ่าน
2. เปรียบเทียบ T-Income Plus กับ T-Cash (คลิกอ่าน
3. ถ้าเอาเงินมาไว้ในกองทุน T-CASH แทนการฝากออมทรัพย์ พอจะใช้ค่อยถอนออกมา ผมว่ามันคุ้มกว่าทิ้งเงินไว้ในธนาคารออมทรัพย์นะ? (คลิกอ่าน)
4. ถ้าจะซื้อกองทุน t-cash และ t-money อย่างละ 50%-50% ช่วยแนะนำด้วยครับ? (คลิกอ่าน)
5. ถ้าซื้อหน่วยลงทุน t-cash ด้วยเงิน10,000บาท อยากทราบว่าจะได้ผลอะไรบ้างหรือมีวิธีในการลงทุนแบบใดระหว่างฝากเงินกับลงทุน t-cash? (คลิกอ่าน)
6. แนะนำ "กองทุน T-SET 50” หน่อยครับ? ช่วยวิเคราะห์ให้หน่อยว่าน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน? (คลิกอ่าน)
7. T-SET 50  เทียบกับ T-Lowbeta แตกต่างกันอย่างไรครับ อันไหนเหมาะกับการลงทุนในระยะยาวมากกว่ากัน? และคาดว่าผลตอบแทนกองทุนไหน น่าจะดีกว่ากัน?
(คลิกอ่าน)
8. ขอความคิดเห็นทุกท่านระหว่าง gold-future กับ T-gold h หน่อยครับ? (คลิกอ่าน)
9. TGoldBullion-H และ TGoldBullion-UH ต่างกันยังไง  ถ้าจะเลือกลงทุนควรลงทุนอันไหนดี? (คลิกอ่าน)
10. กองทุนทอง TGoldBullion-H ติดตามอย่างไรครับราคาอ้างอิงกับ LBMA ช่วงเวลา AM หรือ PM? (คลิกอ่าน)
11. กองทุนที่ช่วยประหยัดภาษีเงินได้ RMF / LTF มีเงื่อนไขการลงทุนอย่างไร? (คลิกอ่าน)
12. เกี่ยวกับกองทุน T-LowBeta ? (คลิกอ่าน)

1. กรณีที่มูลค่าหน่วยลดลงหลังประกาศจ่ายปันผล เราควรขายหน่วยลงทุนหรือว่าควรถือไว้ต่อไปรวมทั้งซื้อเพิ่ม เนื่องจากราคาถูก
 
คำถามจากคุณ kms กระทู้ #03822

บางคนซื้อกองทุนก่อนการจ่ายปันผลโดยหวังว่าจะได้เงินปันผลเป็นของแถม บางคนซื้อกองทุนหลังปันผล เพราะมูลค่าหน่วยถูกลง เหมือนซื้อของได้ถูกลง

ถ้าตั้งสมมติฐานแบบนั้น ไม่ถูกนะครับ

กรณีแรก ซื้อกองทุนดักหน้าก่อนจ่ายปันผล พอจ่ายปันผลแล้วมูลค่าหน่วยลงทุนก็จะปรับลดลงมาจากผลของการจ่ายปันผลนั้น ถ้าช่วงนั้นตลาดไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมาก มูลค่าที่ลดลงมาก็พอๆกับเงินปันผลที่จ่ายออกมา Net Net ก็เหมือนๆเดิม แถมเสียภาษีอีก ถ้าจะได้ส่วนเกินคือ กองทุนที่ลงทุนไว้มันขึ้นต่อ

กรณีหลัง การซื้อกองทุนหลังปันผล ไม่ได้ทำให้คุณซื้อกองทุนได้มูลค่าถูกลง จริงอยู่ NAV ขอกองทุนมันลดลงเพราะเงินปันผล แต่คุณค่าของสินทรัพย์ที่กองทุนลงทุนอยู่มันไม่ได้ถูกลงหรือคุ้มค่ามากขึ้นเพราะเงินปันผลที่จ่ายออกมา ตัวอย่างง่ายๆ สมมติกองทุนถือหุ้นแค่ 1 ตัว ราคา 100 บาท จะกี่หุ้นก็แล้วแต่ ต่อมากองทุนจะจ่ายเงินปันผลบางส่วน โดยขายหุ้นออกบางส่วนแล้วจ่ายเป็นเงินออกมาให้ผู้ถือหน่วย หุ้นส่วนที่เหลือก็ยังถือต่อไป ถามว่า กองทุนหรือสินทรัพย์ที่กองทุนลงทุนมันถูกลงจริงหรือ เพราะมันก็คือหุ้นตัวเดิมนั่นแหละที่ถืออยู่ แต่ถือน้อยหุ้นลงเพราะขายออกไปจ่ายปันผล คำว่า "ถูกลง" ควรจะใช้กับกรณีที่คุณซื้ออะไรได้ในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม อย่างเช่น หุ้นเคยมีราคา 100 บาท แต่ตกลงมาเหลือ 80 บาท แบบนี้ถือว่าถูกลง แต่กองทุน NAV ที่ลดลงจากการจ่ายเงินปันผลมันคือการแบ่งสรรสินทรัพย์บางส่วนคืนให้ผู้ลงทุน สินทรัพย์ที่ลงทุนอยู่ก็หน้าตาเหมือนๆเดิม คำตอบสำหรับคำถามของคุณคือ ซื้อเมื่อถึงจังหวะน่าซื้อครับ อย่าดูที่ NAV กองทุนตอนที่มันลดลงจากการจ่ายปันผล แต่ดูว่ากองทุนมันถูกลงหาก NAV มันลดลงจากภาวะตลาด แล้วเห็นว่าหุ้นที่ระดับนั้นน่าสนใจแล้ว

ตอบโดย คุณ thanachart103 โพสท์เมื่อ : 24 ก.ค. 56 เวลา 23:23:30
2. เปรียบเทียบ T-Income Plus กับ T-Cash
 
คำถามจากคุณ kms กระทู้ #03822

T-Income Plus เป็นกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น อายุถัวเฉลี่ยของตราสารไม่เกิน 1.5 ปี (เฉลี่ยทั้ง Port แต่บางตัวอาจจะเกิน 1.5 ปีได้ แต่ถัวเฉลี่ยแล้วไม่เกิน) ลงทุนในต่างประเทศได้ คุณภาพตราสารเป็น Investment Grade

T-Cash เป็นกองทุนตลาดเงิน อายุตราสารทุกตัวต้องมีอายุต่ำกว่า 397 วัน ถัวเฉลี่ยทั้ง Port ไม่เกิน 3 เดือน คุณภาพตราสารทุกตัว A- ขึ้นไป ลงทุนเฉพาะในประเทศ

ความตั้งใจคือ T-Income Plus จะมีการลงทุนคล้าย T-Cash คือยังเน้นตราสารระยะสั้น แต่มีความยืดหยุ่นในการลงทุนมากกว่าคือเรื่องอายุตราสาร คุณภาพตราสาร และมีลงทุนต่างประเทศบางส่วนเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน แต่ปัจจุบันโอกาสการลงทุนในต่างประเทศผลตอบแทนไม่ค่อยดีนักเมื่อเทียบกับการลงทุนในต่างประเทศ จึงเน้นลงทุนในประเทศ โดยมีการลงทุนในต่างประเทศแค่บางส่วน ในอนาคต ถ้าผลตอบแทนจากการลงทุนในต่างประเทศดีขึ้น ก็อาจจะไปลงทุนในต่างประเทศมากกว่าปัจจุบัน T-Income Plus คาดว่าจะมีผลตอบแทนดีกว่า T-Cash เล็กน้อยครับ แต่ปัจจุบันใกล้กัน ความแตกต่างจึงมีแต่ไม่มากนัก

ตอบโดย คุณ thanachart103 โพสท์เมื่อ : 14 ก.ค. 56 เวลา 1:19:38
3. ถ้าเอาเงินมาไว้ในกองทุน T-CASH แทนการฝากออมทรัพย์ พอจะใช้ค่อยถอนออกมา ผมว่ามันคุ้มกว่าทิ้งเงินไว้ในธนาคารออมทรัพย์นะ?
 
คำถามจากคุณ navagan กระทู้ #02994
ผู้ลงทุนในกองทุนนี้ก็ทำแบบนั้นครับ ตัวผมเองก็ทำและใช้ T-Cash แทนเงินฝากออมทรัพย์แทบจะหมดเลย เพราะกองทุนลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำมาก ส่วนใหญ่ก็คือเงินฝากกับตั๋วเงินคลังของภาครัฐฯ มีตราสารภาคเอกชนชั้นดีเพียงเล็กน้อย T-Cash สามารถผูกกับบัญชีธนาคารได้หลายบัญชี ทำรายการผ่าน Internet ง่าย พอเงินเดือนออกทีก็ประเมินว่าจะเหลือไว้เผื่อเบิกใช้ในบัญชีออมทรัพย์สักเท่าไหร่ ไม่เกินที่ต้องใช้ใน 1 สัปดาห์ ที่เหลือเข้า T-Cash หมดเลย จะเอาไปลงทุนอย่างอื่นต่อหรือจะเก็บไว้เป็นการลงทุนแทนการฝากออมทรัพย์ก็ได้ จะใช้เงินก็วางแผนล่วงหน้าแค่วันเดียว ขายออกวันนี้ พรุ่งนี้เงินก็เข้าบัญชี คุ้มครับเมื่อเทียบกับการฝากออมทรัพย์ และไม่มีภาระภาษีด้วย
ตอบโดย คุณ thanachart103 โพสท์เมื่อ : 5 พ.ย. 55 เวลา 10:16:03
4.
ถ้าจะซื้อกองทุน t-cash และ t-money อย่างละ 50%-50% ช่วยแนะนำด้วยครับ?
 
คำถามจากคุณ navagan กระทู้ #02724
ไม่ต้องไปแบ่งการลงทุนสองกองทุนนี้อย่างละครึ่งจะดีกว่าครับ ความเสี่ยงมันน้อยทั้งคู่ T-Money เหมาะกับผู้ที่ Super Conservative เลย เพราะเราจะลงทุนแต่ตราสารหนี้ภาครัฐฯเป็นหลัก แต่สำหรับลูกค้าทั่วไป T-Cash นั้นดีที่สุดแล้วและคงเส้นคงวาในระดับต้นๆเสมอมาครับ

ตอบโดย คุณ thanachart103 โพสท์เมื่อ : 5 พ.ย. 55 เวลา 10:16:03
5.
ถ้าซื้อหน่วยลงทุน t-cash ด้วยเงิน10,000บาท อยากทราบว่าจะได้ผลอะไรบ้างหรือมีวิธีในการลงทุนแบบใดระหว่างฝากเงินกับลงทุนt-cash?
 
คำถามจากคุณ navagan กระทู้ #0274
กองทุน Money Market Fund หรือกองทุนตลาดเงินอย่างที่ T-Cash , T Money วัตถุประสงค์ของกองทุนเป็นการลงทุนที่ให้ความเสี่ยงต่ำที่สุด ไว้ให้ลูกค้าพักเงิน ไม่ใช่การฝากออมทรัพย์แต่เป็นการลงทุน แต่โดยลักษณะของมันแล้วมีความใกล้เคียงกับออมทรัพย์มากที่สุด ส่วนหนึ่งในการลงทุนของกองทุนก็มีการฝากเงินด้วย หรือซื้อตราสารอายุสั้นๆของรัฐฯและเอกชน การที่ตราสารอายุมันสั้น ราคาตลาดของตราสารจึงแกว่งตัวน้อย แต่ก็สามารถทำให้ NAV ของกองทุนไม่ได้ขึ้นเท่ากันทุกวันแบบฝากเงิน เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ใช้เป็นที่พักเงินเพราะผลตอบแทนโดยรวมๆมักจะดีกว่าฝากเงินออมทรัพย์พอสมควร เขาจึงมักใช้แทนบัญชีออมทรัพย์กัน หรือใช้เป็นที่พักเงินก่อนจะโยกไปลงทุนอย่างอื่น จึงไม่มีข้อจำกัดว่าผู้ลงทุนจะอยู่ยาวแค่ไหน คุณจะลงวันเดียวหรือจะอยู่เป็นปีก็ได้

เนื่องจากเป็นการลงทุน กองทุนจะไม่มีการการันตีผลตอบแทน ผลตอบแทนที่คำนวนหรือแสดงที่ไหน คือผลตอบแทนในอดีตซึ่งเกิดขึ้นจริง การลงทุนเป็นการตัดสินใจไปข้างหน้า เราจะไม่สามารถบอกได้ว่าคุณจะได้เท่าไร อย่างมากคือต้องประมาณกันเองคร่าวๆจากดอกเบี้ยระยะสั้นที่เป็นอยู่ สำหรับกองทุนแบบนี้ ผลตอบแทน 3 เดือนล่าสุดจะเป็นแนวๆให้ว่าข้างหน้าคุณน่าจะได้เท่าไร แล้วปรับด้วยสภาพตลาดว่าข้างหน้า ดอกเบี้ยในตลาดจะขึ้นหรือลง แต่ปกติแล้วกองทุนแบบนี้ความเสี่ยงมันต่ำมาก โอกาสที่ลงทุนไปแล้วจะขาดทุนเป็นไปได้ยากมากครับ

กลไกของกองทุนจะต่างกับออมทรัพย์อยู่บ้าง คือตอนที่คุณมาซื้อกองทุน คุณจะยังไม่รู้ว่าจะได้หน่วยลงทุนกี่หน่วย เพราะกองทุนเขาต้องไปคำนวนมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนที่เกิดจากการลงทุนในวันนั้นก่อน ซึ่งทำกันในเวลากลางคืน แล้วค่อยเอามาคำนวนว่าถ้าคุณซื้อเข้ามา x บาทที่ราคาตาม NAV ล่าสุดนั้น คุณจะได้หน่วยลงทุนไปกี่หน่วย ซึ่งจะรู้ในวันถัดไป เช่นเดียวกับตอนขาย คุณจะรู้ในวันถัดไปเหมือนกันว่าจะต้องตัดหน่วยลงทุนคุณออกกี่หน่วยถึงจะได้มูลค่า x บาทตามที่คุณสั่งขาย เงินก็ได้ในวันถัดไป ไม่ใช่วันที่ไปถอนแบบธนาคารครับ

ตอบโดย คุณ thanachart103 โพสท์เมื่อ : 5 พ.ย. 55 เวลา 10:16:03
6.
แนะนำ "กองทุน T-SET 50" หน่อยครับ? ช่วยวิเคราะห์ให้หน่อยว่าน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน?
 
คำถามจากคุณ navagan กระทู้ #02839
เป็นกองทุนแบบ Passive Fund หรือ Index Fund ที่ผลตอบแทนของกองทุนนี้จะล้อไปตาม SET50 Index ครับ เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ที่อยู่ใน SET50 และต้องการหาจังหวะลงทุนเองตามจังหวะขึ้นลงของตลาด

ตอบโดย คุณ thanachart103 โพสท์เมื่อ : 5 พ.ย. 55 เวลา 10:16:03
7.
T-SET 50 เทียบกับ T-Lowbeta แตกต่างกันอย่างไรครับ อันไหนเหมาะกับการลงทุนในระยะยาวมากกว่ากัน? และคาดว่าผลตอบแทนกองทุนไหน น่าจะดีกว่ากัน?
 
คำถามจากคุณ navagan กระทู้ #02839
ความเหมาะสมของกองทุน อยู่ที่เป้าหมายของเราแต่ละคนครับ

สำหรับนักลงทุนระยะยาว ไม่ชอบเสี่ยงมาก ชอบหุ้นดีๆมีเงินปันผล มีคนเลือกหุ้นให้ หลบหลีกให้ ถ้าเป็นแบบนี้ ผมคิดว่า Low Beta น่าสนใจกว่าครับ เพราะเราเลือกและคัดหุ้นให้ และเป็นหุ้นที่มีความเสี่ยงทางธุรกิจน้อย มีการจ่ายเงินปันผลดีและสม่ำเสมอ กองทุนแบบนี้ก็เหมาะที่จะถือลงทุนได้ยาวๆ เพราะหุ้นที่แนวโน้มไม่ดีหรือแพงไปแล้วเราก็ย้ายไปลงตัวอื่นให้ แต่ปกติ Low Beta จะขึ้นลงไม่หวือหวา อันนี้หมายถึงทั้งขึ้นและลงนะครับ คือมีความผันผวนต่ำกว่าตลาดพอสมควรเลย อาจจะแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ในบางช่วงบางเวลาถ้าหุ้นที่เลือกถูกตัวถูกเวลาก็จะ Perform ได้ดี อาจทำให้ Low Beta ไปได้ดีกว่าตลาดในบางช่วงเวลาก็เป็นไปได้ แต่โดยปกติ หุ้น Low Beta ขาลงนั้นจะลงน้อยกว่าตลาดมาก บางทีก็มีสวนตลาดด้วยในบางครั้ง กองทุนแบบนี้ Performance จะไม่เกาะไปกับดัชนีฯใกล้ชิดนัก เพราะเน้นหุ้นเป็นตัวๆไป และไม่มีหุ้นเยอะตัวนัก
ส่วน T-SET50 คนลงทุนต้องหวังแค่ผลตอบแทนเท่าตลาด เทียบกับ SET50 Index ไม่มาก ไม่น้อยไปกว่านั้น และความผันผวนเท่าๆกับตลาด เพราะเราไม่ได้เลือกหุ้นให้ แต่ลงทุนใกล้เคียงกับดัชนีฯ ถ้าคนชอบลงทุนหุ้นใหญ่ และกะจังหวะลงทุนในตลาด ก็ใช้กองทุนนี้ถือยาวก็ได้ Trade ก็ได้ครับ ปกติ กองทุนดัชนี ค่าธรรมเนียมต่างๆก็จะถูกกว่ากองทุนแบบอื่น

ตอบโดย คุณ thanachart103 โพสท์เมื่อ : 5 พ.ย. 55 เวลา 10:16:03
8.
ขอความคิดเห็นทุกท่านระหว่างgold-future กับT-gold h หน่อยครับ ?
 
คำถามจากคุณ navagan กระทู้ #02803
T-GoldBuillion-H เหมาะกับการลงทุนระยะยาวในทองคำ เสมือนคุณถือลงทุนในทองคำแท่งเอง ส่วน Gold Future นั้น ไม่ใช่การลงทุนครับ มันเป็นเครื่องมือในการบริหารการลงทุน-บริหารความเสี่ยง เก็งกำไรระยะสั้น ถ้าผู้ลงทุนทั่วไปที่ไม่เข้าใจตลาด Future ดีหรือไม่มีกลยุทธที่ชัดเจนนี่ไม่แนะเลย เพราะมีความเสี่ยงมากถ้าใช้ผิดวิธี โอกาสขาดทุนมากๆจะสูงมากครับ

ตอบโดย คุณ thanachart103 โพสท์เมื่อ : 5 พ.ย. 55 เวลา 10:16:03
9.
TGoldBullion-H และ TGoldBullion-UH ต่างกันยังไง ถ้าจะเลือกลงทุนควรลงทุนอันไหนดี ?
 
คำถามจากคุณ navagan กระทู้ #02598
TGoldBullion-H จะทำการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์ไว้ 90% ขึ้นไป มูลค่า NAV จะล้อไปกับราคาทองคำที่เป็นดอลลาร์ โดยแทบไม่มีผลกระทบจากการอ่อนค่าหรือแข็งค่าจากค่าเงินบาท

ส่วน TGoldBullion-UH นั้น ไม่ทำการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินเลย มูลค่า NAV ของกองทุนจะล้อไปใกล้เคียงกับราคาทองคำในประเทศไทยในรูปเงินบาท คือมีผลกระทบจากการอ่อนค่าหรือแข็งค่าของค่าเงินปนเข้าไปด้วยแล้ว สำหรับคนที่ประเมินทิศทางค่าเงินออกด้วยว่าจะอ่อนหรือจะแข็ง ก็สามารถใช้กองทุนทั้งสองปรับเปลี่ยนกองทุนให้เหมาะสมได้ เช่นถ้าคาดว่าเงินบาทจะอ่อนค่า เช่นอาจจะเป็นเพราะแข็งค่ามามากเกินไปแล้ว) การลงทุนในกอง UH ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่ากอง H ถ้าคาดการณ์ถูก แต่ถ้าคาดว่าเงินบาทจะแข็งค่า อาจจะเป็นเพราะอ่อนค่ามามากเกินไปแล้ว กอง H ก็น่าจะดีกว่ากอง UH ถ้าคาดการณ์ได้ถูกต้อง
สำหรับผู้ลงทุนที่ไม่มีมุมมองชัดเจนเรื่องค่าเงิน ก็เลือกกองใดกองหนึ่งไปเลย ซึ่งอาจจะเลือกต่างกันได้เพราะมีเหตุผลคนละอย่างที่ต่างกัน
คนที่เลือกกอง H อาจจะมองว่า ค่าเงินบาทยังไงน่าจะแข็งค่ากว่า US$ ในระยะยาว ก็เลือกกอง H ไปเลย เพราะถ้าเงินบาทแข็งค่าจริง ผลตอบแทนของกอง H จะมากกว่ากอง UH
คนที่เลือกกอง UH อาจจะมองว่า ทรัพย์สินส่วนใหญ่ของตนเองเป็นเงินบาท การลงทุนในกอง UH นั้นเป็นเหมือนการกระจายการลงทุนบางส่วนไปเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ เป็นเรื่องของการบริหารความเสี่ยง ไม่ถือเงินลงทุนเพียงสกุลเดียว ถูกทั้งคู่ครับ แล้วแต่เป้าหมายของเราเองมากกว่าว่าเราคิดยังไง
อย่างไรก็ตาม ในการผสมกองทุนทองคำมาเป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์ลงทุน เราพบว่า กองทุน UH นั้น ช่วยในการบริหารความเสี่ยงให้กับกลุ่มสินทรัพย์ที่เราลงทุนได้ดีกว่ากอง H เพราะทรัพย์สินของผู้ลงทุนส่วนใหญ่คือเงินบาท มันจึงช่วยคานสินทรัพย์ที่เป็นเงินบาทได้ดีกว่า ยกตัวอย่างเช่น สมมติว่าแถวบ้านเรา หรือบ้านเราเองเกิดวิกฤติหรือปัญหาอะไรสักอย่าง แล้วคุณลงทุนในหุ้นและกองทอง ราคาหุ้นในเวลานั้นน่าจะตกลงเพราะประเทศมีปัญหา ค่าเงินบาทก็มักจะอ่อนค่าด้วยในเวลานั้นเพราะเศรษฐกิจมีปัญหา เงินไหลออก คนไม่อยากมาลงทุน ในกรณีเช่นนี้กองทุน UH จะช่วยคานผลกระทบจากราคาหุ้นที่ตกลงได้ดีกว่ากอง H เพราะค่าเงินบาทที่อ่อนลงจะทำไห้กอง UH ดีกว่ากอง H ในภาวะเช่นนั้น จึงช่วยคานผลกระทบจากหุ้นในบ้านเราที่ตกลงได้ดีกว่ากอง H ครับ

ตอบโดย คุณ thanachart103 โพสท์เมื่อ : 5 พ.ย. 55 เวลา 10:16:03
10.
กองทุนทอง TGoldBullion-H ติดตามอย่างไรครับราคาอ้างอิงกับ LBMA ช่วงเวลา AM หรือ PM ?
 
คำถามจากคุณ navagan กระทู้ #02516
    ใช้ราคา AM ครับ

ตอบโดย คุณ thanachart103 โพสท์เมื่อ : 5 พ.ย. 55 เวลา 10:16:03
11.
กองทุนที่ช่วยประหยัดภาษีเงินได้ RMF / LTF มีเงื่อนไขการลงทุนอย่างไร ?
 
คำถามจากคุณ navagan กระทู้ #02516
RMF / LTF  เป็นกองทุนที่รัฐมอบสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีเงินได้ให้เป็นพิเศษ โดยกำหนดเงื่อนไขการลงทุนที่ต้องปฏิบัติตามจึงจะได้สิทธิพิเศษทางภาษีอย่างครบถ้วน สรุปได้ดังนี้

กองทุนประเภท RMF  
  • ผู้ลงทุนต้องซื้อหน่วยลงทุน RMF ไม่น้อยกว่าปีละ 1 ครั้ง โดยมีจำนวนรวมขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 3% ของเงินได้ในแต่ละปีหรือไม่น้อยกว่า 5,000 บาท แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า
  • ผู้ลงทุนจะต้องไม่ระงับการซื้อหน่วยลงทุนเกินกว่า 1 ปี ติดต่อกัน (ยกเว้นไม่มีเงินได้ในปีภาษีนั้น)
  • ผู้ลงทุนสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ ที่ยื่นเสียภาษีในแต่ละปี โดยเมื่อรวมกับเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กบข. ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
  • ผู้ลงทุนต้องถือหน่วยลงทุนไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรกและถือหน่วยลงทุนจนผู้ลงทุนมีอายุครบ 55 ปี บริบูรณ์  (เว้นแต่กรณี ทุพพลภาพ หรือ เสียชีวิต)

และสำหรับ กองทุน LTF  

  • ผู้ลงทุนสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ยื่นเสียภาษีในแต่ละปี และต้องไม่เกิน 500,000 บาท (วงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุด 500,000 บาท ต่อปี เป็นวงเงินลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม แยกต่างหากจาก RMF โดยหากลงทุนซื้อ LTF ในปีใด นำไปหักลดหย่อนได้เฉพาะปีที่ซื้อเท่านั้น)
  • กฎหมายกำหนดให้นำเงินที่ลงทุนใน LTF มาหักลดหย่อนภาษีได้จนถึง 31 ธ.ค. 2559 เท่านั้น
กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าจะต้องลงทุน LTF ทุกปีเพียงแต่กำหนดให้ผู้ลงทุนต้องถือหน่วยลงทุนแต่ละยอดนั้น ไม่น้อยกว่า 5 ปีปฏิทิน (นับปีที่ลงทุน ไม่คำนึงถึง วัน เดือน ที่ลงทุน) จึงจะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีในส่วนของกำไร (Capital gain tax) ที่ได้รับจากการขายคืนหน่วยลงทุน LTF

ตอบโดย คุณ thanachart103 โพสท์เมื่อ : 5 พ.ย. 55 เวลา 10:16:03
12.
เกี่ยวกับกองทุน T-LowBeta ?
 
คำถามจากคุณ DavidHui กระทู้ #04125
ก) กองทุนT-LowBeta เป็นกองทุนแบบ Active หรือ Passive ครับ
  • กองทุนT-LowBeta เป็นกองทุนแบบ Active ครับ เพราะลงทุนต่างจาก Benchmark เยอะ


  • ข) การคัดเลือกหุ้นที่จะซื้อเข้าหรือขายออกจากพอร์ตของกองทุน มีระยะเวลาของการปรับปรุงหุ้นในพอร์ตนานเท่าใด เช่นทุกๆ เดือน หรือทุกๆ หกเดือนเป็นต้น
  • แผนลงทุนใหญ่ทำทุก 3 เดือน ระหว่างทางเปลี่ยนได้ตลอด มองเป้าระยะกลางถึงยาว ระหว่างที่ลงทุนมีหุ้นแพงไปแล้ว หุ้นถูกแล้ว หุ้นเลือกมาใหม่ หุ้นถอดออก จึง Fine tune ได้ตลอด


  • ค) เกณฑ์การคัดเลือกหุ้นเข้าหรือออก ที่ว่า Beta ต่ำ เมื่อเทียบกับ Set Index จะใช้ค่าอะไรเป็นเกณฑ์ ใช้ค่า R squared ใช่ไหม ถ้าใช่ค่า R squared จะต้องไม่เกินเท่าใด นอกจากนี้แล้ว ยังมีเกณฑ์อะไรมากำหนดอีกเพื่อเลือกหุ้นเข้าพอร์ต
  • ใช้ค่า Beta ของหุ้น 1 ปีย้อนหลังครับ


  • ง) ค่า BETA ของหุ้นในระยะเวลา 1 ปี คิดที่ค่าไม่เกินเท่าใดเป็นเกณฑ์ครับ ในการซื้อหุ้นเข้าพอร์ต (หรือถอนออกจากพอร์ต)
  • หุ้นที่มีความเคลื่อนไหวของราคาเมื่อเทียบกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไม่เกิน 1 โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่า 80% ถ้าหลักทรัพย์มี Beta เกิน 1 จะดำเนินการปรับลดภายใน 30 วันนับจากวันสิ้นสุดรอบปีบัญชีกองทุนครับ หุ้นตอนที่ลงทุน อาจจะเป็น Low beta แต่ตลาดเปลี่ยนไปอาจจะเป็น High beta ในภายหลังได้ ถ้าเป็นแบบนั้นเราสามารถถือลงทุนต่อไปได้ แต่ไม่ลงทุนเพิ่มถ้า beta เกิน 1 ไปแล้ว สิ้นรอบบัญชีหากยังเกิน 1 อีก จะปรับลดลงครับ ไปหาหุ้นตัวอื่น เพื่อคงความเป็น Low beta ของ Portfolio ต่อไป เมื่อเป็น Low beta ความผันผวนของ Portfolio ในระยะยาวๆจะน้อยกว่าตลาดหลักทรัพย์โดยรวมครับ


  • ตอบโดย คุณ thanachart103 โพสท์เมื่อ : 25 ส.ค. 57

    ลิขสิทธิ์โดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด